ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
เมษายน 25, 2018, 09:28:36 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ยินดีต้อนรับ เพื่อนๆ ทุกคนครับ

+  จำหน่ายตุ๊กตาหอม ถุงหอม น้ำมันหอมระหย
|-+  SMILE DOLL CARE U บทความดีๆ เพื่อสังคม
| |-+  เรื่องแมวๆ หมาๆ
| | |-+  เที่ยวไม่ตกเทรนด์...อาสาฯ ช่วยช้าง-สร้างรายได้ให้ชุมชน (ไทยรัฐ)
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยวไม่ตกเทรนด์...อาสาฯ ช่วยช้าง-สร้างรายได้ให้ชุมชน (ไทยรัฐ)  (อ่าน 2274 ครั้ง)
admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: สิงหาคม 17, 2009, 02:10:04 PM »



เที่ยวไม่ตกเทรนด์...อาสาฯ ช่วยช้าง-สร้างรายได้ให้ชุมชน (ไทยรัฐ)

          อีกหนึ่งกระแสตอบรับจากกระแสท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการเที่ยวไปพร้อมเป็นอาสาสมัครบำเพ้ญประโยชน์ไปในตัว...

          เดี๋ยวนี้การเดินทางท่องเที่ยว ไม่ได้แค่ไปเปลี่ยนที่กินที่นอนเหมือนแต่ก่อน และก็ไม่ใช่แค่นึกอยากไปดูอะไรก็ออกไปดู เพราะตอนนี้เริ่มมีการพูดถึงกระแสการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ (Responsible Tourism) กันมากขึ้น รวมถึงการเที่ยวแบบ "อาสาสมัคร" ไปทำประโยชน์ให้กับชุมชนที่ไปเยือน ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นนั้นๆ

          อย่างเช่นการมาเยือน ชุมชนบ้านไผ่น้อย และชุมชนบ้านไผ่ใหญ่ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ที่ตอนนี้กลายมาเป็นบ้านดูแลช้าง (วัยเกษียณ) ด้วยความตั้งใจดีของชาวบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ ที่เห็นความสำคัญและคุณค่าของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองไทยมายาวนาน จึงร่วมกับมูลนิธิพาช้างกลับบ้านและสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ดำเนินการจัดหาช้างที่อยู่ในเกณฑ์ของโครงการพาช้างกลับบ้าน แล้วนำกลับมาเลี้ยงไว้ในที่ที่เหมาะสม ...ซึ่งก็ได้แก่ "เกาะสวนสัตว์" ภายในอุทยานลำปลายมาศ

          การเดินทางมาเยี่ยมเยือนชุมชนบ้านไผ่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่ที่ 9 ซึ่งปัจจุบันเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบอาสาสมัคร จัดที่พักในลักษณะโฮมสเตย์ ให้มาเรียนรู้การทำงานร่วมกันของคนในชุมชน และช่วยกันปลูกพืชที่เป็นอาหารของช้าง ที่ขณะนี้มีอยู่แล้วสองเชือก

          แน่นอน เมื่อถามถึงที่มาของช้าง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านไผ่น้อย บอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่า ความตั้งใจเดิมก็คืออยากได้ช้างในบุรีรัมย์หรือไม่ก็ถิ่นอีสาน ที่ออกไปทำงานหนักและเหนื่อย ให้กลับมาอยู่อย่างสบายในบั้นปลายของชีวิต โดยมีลูกหลานคอยดูแลเป็นเสมือนการทดแทนคุณ แต่เมื่อติดต่อไปยัง "เจ้าของช้าง" ส่วนใหญ่ต่างส่ายหน้า ไม่อยากให้ช้างกลับมาบ้านในตอนนี้ เพราะยังสามารถนำออกไปหากิน ทำรายได้ให้กับเจ้าของอย่างเป็นกอบเป็นกำ ส่วนจะไปทำอะไรนั้น คงต้องขอละไว้ในฐานที่ "ไม่เข้าใจ" ก็แล้วกัน

          แล้วผู้ใหญ่บ้านก็เล่าอีกว่า เมื่อเป้าหมายเปลี่ยน แต่เจตนารมณ์ไม่ผันแปร การหาช้างมาเข้าโครงการจึงต้องดั้นด้นออกไปนอกพื้นที่ จนไปลงตัวที่ "นกน้อย" หรือ เวโพ ช้างของชาวกะเหรี่ยง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่เจ้าของขายต่อให้ปางช้างแห่งหนึ่ง ไว้ใช้เป็นช้างบริการนักท่องเที่ยวเดินป่า แต่ตลอดช่วงอายุของเวโพ ต้องทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เพื่อแลกกับอาหารประทังชีพที่ไม่ค่อยจะเพียงพอเท่าใดนัก ทำให้ร่างกายซูบผอม จนเตะตาเจ้าหน้าที่มูลนิธิพาช้างกลับบ้านเข้าอย่างจัง ด้วยอายุมากถึง 60 ปี มูลนิธิฯ จึงไปขอซื้อมาด้วยเงินจากกองทุนธนาคารหมู่บ้านไผ่น้อย 4 แสนบาท และเงินบริจาคจากภายนอกอีก 2 แสนบาท เพื่อนำมาเลี้ยงและดูแลที่ "เกาะสวนสัตว์" เป็นตัวแรก มาตั้งแต่ปี 2551

          จากนั้น "พังศรีแพร" ช้างอ่อนวัยกว่า อายุแค่ 30 ปี ที่ทุกวันนี้กลายเป็นช้างพิการขาซ้าย จากการเดินเหยียบกับระเบิดขณะทำงานชักลากที่ จ.ตาก ก็ตามมาอยู่ด้วยกันที่อุทยานลำปลายมาศ ภายใต้การดูแลของชาวชุมชนบ้านไผ่ใหญ่ ที่ไปขอซื้อจากเจ้าของในราคา 3 แสนบาท โดยใช้เงินจากธนาคารชาวบ้านมาเป็นทุน แล้วจ้างควาญช้างที่มีใจรักสัตว์โลกตัวโตๆ มาดูแล ด้วยเงื่อนไข ไม่ให้นำช้างออกไปเร่ร่อน "หาเลี้ยงคน" ที่ไหนอีกแล้ว มีแต่จะเชิญชวนคนมาเยือน...เพื่อช่วยกันเลี้ยงช้าง

          ทั้งนี้ ภารกิจของผู้มาเยือน ก็ไม่มีอะไรมาก หากมีเวลาน้อยอยู่แค่หนึ่งคืนกับหนึ่งวัน ก็ไม่ว่ากัน เพราะทันทีที่มาถึงก็จะได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านไผ่น้อย ด้วยอาหารเย็นจากฝีมือชาวบ้าน ต่อด้วยการประกอบพิธีบายศรีรับขวัญตามประเพณีท้องถิ่น จากนั้นก็แยกย้ายเข้าที่พัก กระทั่งรุ่งเช้า จึงยกโขยงนำอาหารช้าง หลักๆ ก็คือ กล้วย ไปให้นกน้อย และพังศรีแพรกินถึงที่ ซึ่งจะอาศัยนั่งรถอีแต๊กของชาวบ้าน หรือขอยืมสองล้อมาปั่นเลียบไปตามทุ่งนาหลังหมู่บ้าน ก็ตามแต่อัธยาศัย และหากมีเวลาเหลือ ก็ร่วมด้วยช่วยปลูกต้นไม้ไว้เป็นอาหารของช้างทั้งสอง ก็เป็นอันจบหนึ่งทริป สำหรับการมาช่วยช้าง

 การมาแบบนี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก ในเมื่อชาวบ้านบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ ยอมสละเงินกองทุนมาอุ้มชูช้างกันขนาดนี้แล้ว จะปล่อยให้เป็นภาระของชาวบ้านแต่เพียงลำพังก็กระไรอยู่ ฉะนั้น ใครสนใจอยากไปร่วมดูแลช้าง ตอนนี้ทางสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เปิดรับอาสาสมัครไปช่วยปลูกต้นไม้และพืช ที่เป็นอาหารช้าง ที่อุทยานลำปลายมาศ พร้อมพักกับชาวบ้านไผ่น้อย ในราคาต่อคืนอาจแพงกว่าที่อื่น เพราะเขาคิด 500 บาท/คน แต่เงินจำนวนนี้จะถูกแบ่งนำเข้าบัญชีดูแลช้าง 200 บาท และ 100 บาท เข้าบัญชีธนาคารหมู่บ้าน ที่เหลือถึงมอบให้เจ้าของบ้าน สนใจโทร.สอบถามไปได้ที่ 0-2229-4611-29

          บางทีการเดินทางท่องเที่ยวครั้งต่อไป ลองเปลี่ยนมาเป็นท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคมบ้าง...น่าจะดี


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.9 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!